การประปานครหลวง ลงนามในสัญญาแต่งตั้ง บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ จำกัด เป็นบริษัทจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานการประปานครหลวง ซึ่งจดทะเบียนแล้ว สำหรับปี 2558 บลจ.วรรณ ได้รับความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มบริหารกองทุนครั้งแรกในปี 2556 โดยมีนายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง พร้อมด้วย ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นายศักดา มาณวพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ ร่วมลงนามในสัญญา ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เมื่อเร็วๆนี้
Friday, December 26, 2014
Tuesday, October 21, 2014
เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ซื้อขายกองทุนผ่านเว็บ “เว็ลธ์ เมจิก” (www.wealthmagik.com) ชูจุดแข็ง “โปรแกรมบริหารเงินออม” อย่างมีประสิทธิภาพ มั่นใจเป็นเทรนด์ใหม่นักลงทุน
เปิดตัวแล้วนวัตกรรมใหม่ ซื้อขายกองทุนผ่านเว็บ ผ่าน บลน. รายแรกของเมืองไทยที่ได้รั บใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง โดย บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้ อขายหน่วยลงทุน (บลน.) เว็ลธ์ เมจิก จำกัด ได้จัดงาน Wealth for the Mass by Wealthmagik Trading (เว็ลธ์ ฟอร์ เดอะ แมส บาย เว็ลธ์เมจิก เทรดดิ้ง) แนะนำบริการใหม่เพื่อการบริ หารเงินออมอย่างคุ้มค่า สำหรับนักลงทุนทุกประเภท ภายใต้แนวคิด “ต่อไปนี้ Private Bankingจะไม่ใช่เอกสิทธิ์คนรวยอีกต่อไป เพราะคนธรรมดาหรือมนุษย์เงินเดื อนก็มั่งคั่งได้ ถ้ารู้จักบริหารเงินออมและเลื อกลงทุน” เชื่อจุดแข็ง ง่าย สะดวก ปลอดภัย และโปรแกรมบริหารเงินออมที่มี ประสิทธิภาพ ฯลฯ จะพลิกตลาดนักลงทุนให้ เข้าใจการบริหารเงินออมที่ถูกขั ้นตอนและสนใจซื้อขายกองทุนผ่ านระบบออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้ยังระดมผู้เชี่ ยวชาญด้านการเงิน, ซอฟท์แวร์ ฯลฯ มาเสริมความมั่นใจ แนะเทคนิคทำธุรกรรมออนไลน์ เผยเป็นเรื่องดีที่มีเว็บไซต์ เพื่อการลงทุนขึ้นมาจะได้เป็ นกขทางเลือกใหม่และกระตุ้ นตลาดให้รู้จักการออม สำหรับไฮไลท์ของนวัตกรรมใหม่ www.wealthmagik.comเว็บไซต์ซื้อขายหน่วยลงทุ นในระบบออนไลน์ เน้นการให้บริการที่ครบวงจรกั บลูกค้า ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการซื้อขาย พร้อมบริหารการเงิน แนะนำการออม วางแผนการลงทุนอย่างมืออาชีพ เหมาะสมกับลูกค้าทุกกลุ่ม เมื่อเร็วๆ นี้ (21 ต.ค. โรงแรมโอกุระ เพลินจิต)
นายสมเกียรติ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้ อขายหน่วยลงทุน(บลน.) เว็ลธ์ เมจิก จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับในอนุ ญาตจากกระทรวงการคลัง ให้เป็นบริษัทหลักทรัพย์นายหน้ าซื้อขายหน่วยลงทุนผ่ านระบบออนไลน์รายแรกในประเทศไทย โดยเป็นช่องทางบริหารเงิน จัดระบบเงินออม รวมทั้งแนะนำการซื้อขายหน่ วยลงทุนของทุกแห่งให้กับลูกค้ าได้อย่างมืออาชีพและครบวงจร นอกจากนี้ยังมีความปลอดภัยสูง เพียงแค่คลิกเข้าไปใน www.wealthmagik.com
สำหรับ www.wealthmagik.com เป็นการลงทุนผ่านระบบออนไลน์ ที่ทำได้มากกว่าการซื้อ-ขายหน่ วยลงทุน โดยเป็นwealth managementอย่างเต็มรูปแบบ ลูกค้าที่สนใจเข้ามาในเว็บไซด์ จะได้รับข้อมูลและโปรแกรมการบริ หารจัดการทางด้านเงิน บริหารความเสี่ยง วางแผนการเงินและแนะนำการลงทุ นที่เหมาะสมกับลูกค้าเฉพาะบุคคล เป็นการลดช่องว่างให้กั บคนรวยและคนจน ที่สามารถเข้าถึงบริการPrivate wealth management ได้ทุกกลุ่ม ทุกวัย ได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งยังเป็นช่องทางให้กับนั กลงทุนทุกๆที่ทั่วประเทศ สามารถเข้าถึงข้อมูลและซื้ อขายหน่วยลงทุนได้ทุกๆกองทุนเพี ยงแค่ปลายนิ้ว
นักลงทุนสามารถเข้าไปที่เว็ ปไซด์ WealthMagik.com ที่หน้าแรกจะมีเมนู My IOS (Investment Objective Setting) ที่จะทำหน้าที่ค้นหาสไตล์ การลงทุน โดยการกรอกข้อมูล ระบบก็จะประเมินว่าเหมาะกั บการลงทุนแบบไหน จึงบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้ งไว้ นอกจากนี้ยังมีเมนูช่ วยวางแผนการลงทุน จำลอง การลงทุน และติดตามการลงทุนให้อย่างแม่ นยำและถูกต้องทำให้นักลงทุ นทราบถึงการลงทุนแบบไหนที่ เหมาะสม รวมทั้งยังสามารถเปรียบเที ยบกองทุนต่างๆ เพื่อให้นักการลงทุนลงทุนเชื่ อมั่นว่าการตัดสินใจเป็นไปอย่ างถูกต้องแม่นยำ หลังจากนั้นเมื่อมั่นใจแล้วก็ คลิกเข้าไปใน WealthMagik Trading หรือปุ่ม My Trade และทำตามขั้นตอนในการ
ซื้อกองทุนได้ทันที ซึ่งจะมีรายละเอียดว่าจะต้ องเตรียมตัวอย่างไร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนสมัครอย่าง ง่ายๆ
“การทำธุรกรรมซื้อขายหน่วยลงทุ นของลูกค้านั้น ลูกค้าจะมีความมั่นใจถึ งความปลอดภัยจากระบบออนไลน์ เพราะระบบจะแจ้งถึ งการทำรายการซื้อขายให้กับนั กลงทุนทุกครั้ง นอกจากนี้นักลงทุนมั่นใจได้ว่ าเม็ดเงินจะไม่ผ่านมาที่ บลน.เว็ลธ์เมจิก โดยบริษัททำหน้าที่เสมือนช้อปปิ ้งเซ็นเตอร์ ให้ลูกค้าเข้ามาชม มาเลือก สินค้า เรามีหน้าที่ให้ข้อมูล และให้บริการด้านการจัดการให้ เมื่อถูกใจสินค้า หรือกองทุนไหนก็ทำการสั่งซื้อ” นายสมเกียรติ กล่าว
สำหรับนักลงทุนที่สนใจที่จะซื้ อขายหน่วยลงทุนผ่าน wealthmagik.com นักลงทุนจะได้รับความสะดวก หากซื้อกองทุนไว้หลายๆกองทุน หลาย บลจ. สามารถตรวจสอบ ผลกำไร ขาดทุน ที่พอร์ตในเว็ลธ์เมจิกได้ พอร์ตจะทำการรวบรวมข้อมูลกองทุ นทั้งหมด สรุปผลกำไร ขาดทุน โดยลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาตามเก็ บเอกสารของแต่ละบลจ.เอง เว็ลธ์เมจิกจะทำงานแทนให้หมด ที่สำคัญเพื่อตอกย้ำความมั่ นใจในระบบการทำงานของ บลน.เว็ลธ์เมจิก ซึ่งได้รับในอนุ ญาตจากกระทรวงการคลังและผ่ านการรับรองจากคณะกรรมการกำกั บหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์( ก.ล.ต.) รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัย เราใช้มาตรฐานความ ปลอดภัยเดียวกับของสถาบันการเงิ น ไม่ว่าจะเรื่องระบบการเข้ารหัส การสำรองข้อมูล หรือความเสถียรของระบบ
นอกจากนี้ ซีอีโอ ของ (บลน.) เว็ลธ์ เมจิก ยังกล่าวถึ งภาพรวมของการออมโดยรวมของประเท ศที่เป็นตัวเลขจากสำนั กงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิ จและสังคมแห่งชาติ(สศช.) มีมูลค่าการออมของประเทศประมาณ 3,132,616 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการออมต่อผลิตภั ณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP)สัดส่ วน 29.7 % โดยเฉลี่ยการออมต่อเดื อนของภาคครัวเรือนระดับ 5,000-6,000 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ดังนั้นที่ผ่านมาหน่วยงานทางด้ านการเงิน การธนาคารของไทย จึงมีพันธกิจร่วมกันคือสนับสนุ นให้ประชาชนรู้จักการออม ดังจะเห็นได้จากความพยายามที่ ทำให้คำว่า “Wealth for the mass” นั้นแพร่หลาย ซึ่งการออมในกองทุนนั้น มีข้อดีคือมีมืออาชีพคอยดูแล ช่วยกระจายความเสี่ยงและมี กลไกหรือหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง ก.ล.ต.อย่างเข้มงวด รวมทั้งบางกองทุนจะสามารถลดหย่ อนภาษีได้ จึงได้รับความสนใจอย่างแพร่ หลาย โดยเชื่อว่าหลังเปิดตัวบริ การใหม่ “ซื้อขายกองทุนในระบบออนไลน์ผ่ าน เว็ลธ์ เมจิก” จะเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งกลุ่มเป้าหมายแรกของเรา คือ วัยทำงาน 30 ขึ้นไป (เพิ่งเริ่มลงทุน และใช้อุปกรณ์สื่อสารไฮเทคเป็ นประจำ) จะเชื่อมั่นใช้บริการ ในสัดส่วน 60% และอีก 30% เป็นกลุ่มเกษียณ 50 ปีขึ้นไป ที่ออมผ่านกองทุนอยู่แล้ว แต่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่ อความสะดวก รวดเร็ว มากขึ้น นอกจากนั้นอีก 10% เป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจในเรื่องการลงทุน เข้ามาศึกษาหาข้อมูลและเริ่ มลงทุนเป็นก้าวแรก
อนึ่งตัวเลขสถิติ สัดส่วนการออมของภาคครัวเรือน คือ เงินสด และสินทรัพย์สะสม เช่น บ้าน ที่ดิน พันธบัตร หุ้นและเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน จีน ญี่ปุ่น ที่มีการออมและการลงทุนที่สูง ดังนั้นการเกิดขึ้นของการให้บริ การใหม่ของ www.wealthmagik.com บรรดาผู้เชี่ยวชาญ,นักวิชาการ จึงถือว่าเป็นทางเลือกใหม่ ช่วยกระตุ้นให้คนรู้จั กวางแผนการเงินมากขึ้น และลดช่องว่างไม่ใช่ทำเรื่ องการบริหารเงินออมเป็นเรื่ องของคนรวยอีกต่อไป คนธรรมดาก็มั่งคั่งได้
WealthMagik จึงเป็นตัวช่วยลดช่องว่างการเข้ าถึงบริการ Private wealth หรือการบริหารเงินออมส่วนบุคคล ที่จากนี้ Private Wealth จะไม่ใช่เอกสิทธิ์ของคนรวยอี กต่อไป
Tuesday, October 14, 2014
หุ้น MOL เปิดให้ซื้อขายบน NASDAQ ภายใต้สัญลักษณ์ MOLG
MOL Global, Inc.
(MOLG) ผู้นำในการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ได้เข้าเปิดซื้อขายหุ้นบน NASDAQ Stock Market พร้อมฉลองการเปิดขายเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม2014 ณ นิวยอร์กไทม์สแควร์ สหรัฐอเมริกาที่ผ่านมา
ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรอบ 10 ปี
ที่สามารถจดทะเบียนที่ NASDAQ ได้
ที่สามารถจดทะเบียนที่ NASDAQ ได้
MOL
Global เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในแพลตฟอร์มการอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน,
ซื้อสินค้า และบริการออนไลน์ โดยเฉพาะในส่วนของตลาดเกม
ซึ่งมีเครือข่ายอย่างกว้างขวางในด้านช่องทางการ ชำระเงิน มีการกระจายจุดให้บริการกว่า
970,000
แห่ง ในกว่า 13 ประเทศ
นอกจากนี้ยังมีการรับชำระบัตรเครดิตจากธนาคารออนไลน์กว่า 100 ธนาคารอีกด้วย
MOLPoints เป็นระบบ Micropayment System ที่ใช้ในการขายเครดิตการชำระเงินเพื่อความสะดวก
รวดเร็ว ง่ายดายในการซื้อเครดิตเกมออนไลน์ หรือดิจิตอลคอนเทนต์ต่างๆ
MOLReloads บริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า
ทำให้ลูกค้าสามารถหาซื้อบัตรเติมเงินของบริการต่างๆได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น
อาทิ บัตรเติมเงินเกมออนไลน์ บัตรเติมเงินเกม
Facebook บัตรเติมเงินเกมต่างประเทศ บัตรเติมเงินโทรศัพท์ระหว่างประเทศ
บัตรเติมเงินโทรศัพท์มือถือ บัตรเติมเงินบริการต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
โดยเปิดช่องทางการบริการและจำหน่ายมากมาย
อาทิ 7-Eleven , ร้านอินเตอร์เน็ต , Lotus
MOLPay บริการที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระเงินให้กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการระบบการชำระเงินต่างๆ
ทั้งสำหรับร้านค้าออนไลน์ ร้านค้าทั่วไป บริการต่างๆ รวมทั้งกลุ่มลูกค้า E-Commerce
เกี่ยวกับ NASDAQ (www.nasdaqomx.com ) คือตลาดหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนอยู่ราว 3,400 ราย มีจำนวนบริษัทมากที่สุดและมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากที่สุดเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ (กว่า $ 8,500,000,000,000)ในสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยบริษัทมากมายที่เป็นผู้นำในภาคธุรกิจต่างๆ ได้แก่ เทคโนโลยี, ค้าปลีก, สื่อสาร, บริการทางการเงิน, ขนส่ง, สื่อ, และเทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์ อาทิ Apple (AAPL) , Microsoft (MSFT) , Facebook (FB) , Inter ( INTC) เป็นต้น
Tuesday, September 30, 2014
กรุงศรี ออโต้ สานต่อโครงการ ‘สมาร์ท ไฟแนนซ์ ต่อยอดการเรียนรู้เพื่อเข้าสู่ตลาด AEC’ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมพร้อมรับมือการเปิดเสรีทางการค้า
– บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) ผู้นำสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร ภายใต้แบรนด์ “กรุงศรี ออโต้” นำโดย นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่, นางกฤติยา ศรีสนิท (ที่ 4 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารสินเชื่อและปฎิบัติ การ และคุณเทพฤทธิ์ เอื้อวิเศษวัฒนา (ขวาสุด) ผู้อำนวยการสายงานขายและบริ หารช่องทางจัดจำหน่าย เชิงกลยุทธ์ จัดสัมมนา ‘กรุงศรี ออโต้ สมาร์ท ไฟแนนซ์ ต่อยอดการเรียนรู้เพื่อเข้าสู่ ตลาด AEC’ ครั้งที่ 2 ที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีเป้าหมายให้ความรู้แก่ผู้ ประกอบการใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้ นทำธุรกิจ หรือผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งด้านการวางแผนธุรกิ จและการเงิน ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับ AEC เพื่อเตรียมความพร้อมรับมื อการเปิดเสรีทางการค้า ในปี 2558 รวมทั้งเสริมศักยภาพผู้ ประกอบการท้องถิ่นให้สามารถพั ฒนาธุรกิจใหม่หรือสร้ างรากฐานให้กับธุรกิจเดิมที่มี อยู่ให้แข่งขันได้ในตลาดอาเซียน
นอกจากผู้บริหารกรุงศรี ออโต้ แล้ว งานสัมมนาครั้งนี้ยังได้รับเกี ยรติจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่ านเข้าร่วมบรรยาย อาทิ นางสาวศุภรา เสกาจารย์ (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริ มการค้าระหว่างประเทศ ภาคตะวันออก (จันทบุรี), นายสมพร วิริยานุภาพพงศ์ (ที่ 2 จากซ้าย) พาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี, นายสุรพล ตังคะประเสริฐ (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ประสิทธิ์มอเตอร์สระแก้ว (2554) จำกัด และนายเกรียงศักดิ์ อุดมสิน (ที่ 3 จากขวา) รวมถึงนักวิชาการและผู้เชี่ ยวชาญด้าน AEC และตัวแทนผู้ ประกอบการภาคเอกชนที่เชี่ ยวชาญด้านการค้าชายแดนไทย-กัมพู ชา
นายไพโรจน์ กล่าวว่า “ ‘โครงการกรุงศรี ออโต้ สมาร์ท ไฟแนนซ์’ เป็นหนึ่งในโครงการความรับผิ ดชอบต่อสังคม ภายใต้นโยบายการให้สินเชื่ออย่ างรับผิดชอบ (Responsible Lending) ของบริษัทฯ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2552 ในการจัดสัมมนาในแต่ละครั้งจะมี การออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับกลุ ่มเป้าหมายและทันต่อสถานการณ์ที ่เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมามีผู้รับประโยชน์ จากโครงการนี้กว่า 2,650 คนแล้ว ในงานครั้งนี้ นอกจากผู้เข้าอบรมทุกท่ านจะสามารถนำความรู้ที่ได้รั บไปปรับใช้ในการวางแผนและการบริ หารธุรกิจ รวมถึงการบริหารจัดการการเงิ นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่ งขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างเครือข่ ายระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการธุ รกิจชุมชนให้ได้แลกเปลี่ ยนประสบการณ์ ต่อยอดความรู้ และปูรากฐานความแข็งแกร่งให้กั บระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่นต่อไป”
รูปภาพเพิ่มเติม
จากซ้ายไปขวา: นางสาวศุภรา เสกาจารย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริ มการค้าระหว่างประเทศ ภาคตะวันออก (จันทบุรี), นายสมพร วิริยานุภาพพงศ์ พาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี, นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน), นายสุรพล ตังคะประเสริฐ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า ประสิทธิ์มอเตอร์สระแก้ว (2554) จำกัด และนายเกรียงศักดิ์ อุดมสิน
###
ประสบการณ์ใหม่กับ กรุงศรี ออโต้
กรุงศรี ออโต้ ผู้นำสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร ที่ให้บริการด้วยทีมงานที่มี ประสบการณ์ยาวนาน โดยนำเสนอสินเชื่อที่หลากหลาย ได้แก่ สินเชื่อเพื่อคนมีรถ “คาร์ ฟอร์ แคช”, สินเชื่อเพื่อรถบ้าน ”แคช ทู คาร์”, สินเชื่อรถจักรยานยนต์ “กรุงศรี มอเตอร์ไซค์”, สินเชื่อรถใหม่ “กรุงศรี นิว คาร์”, สินเชื่อรถใช้แล้ว “กรุงศรี ยูสด์ คาร์”, สินเชื่อเพื่อรถบรรทุก “กรุงศรี ทรัค”, สินเชื่อเพื่อซื้อรถยนต์ไว้ใช้ ในกิจการ “กรุงศรี ฟลีท แอนด์ ลีสซิ่ง” และสินเชื่อเพื่อผู้แทนจำหน่ ายรถยนต์ “กรุงศรี อินเวน-ทอรี่ ไฟแนนซ์”
ลูกค้าสามารถใช้บริการสินเชื่ อของกรุงศรี ออโต้ พร้อมรับคำปรึกษาทั้งเรื่ องรถและเรื่องเงิน ช่วยให้เรื่องเงินเป็นเรื่องง่ าย ผ่านสาขาของบริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) 43 แห่ง ซึ่งรวมทั้ง “กรุงศรี ออโต้ เอ็กซ์เพรส” บนห้างบิ๊กซี บางนา และศูนย์บริการน้ำมัน ปตท. รามอินทรา ทุกวันไม่เว้นเสาร์-อาทิตย์ และสาขาของธนาคารกรุงศรีอยุ ธยาทั่วประเทศ รวมถึงที่ทำการไปรษณีย์ไทยที่ ให้บริการ หรือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven หรือ ติดต่อ ‘กรุงศรี ออโต้ คอล เซ็นเตอร์‘ โทร. 02-740-7400 เพื่อรับบริการ “ดิลิเวอรี่” พร้อมทำสัญญาถึงบ้าน หรือ ขอรับบริการสินเชื่อ “คาร์ ฟอร์ แคช” และ “แคช ทู คาร์” ได้สะดวกสุด แค่กดรหัส *740# แล้วกดโทรออกฟรี เพื่อรับ SMS ยืนยันและรอการติดต่อกลับจากเจ้ าหน้าที่ หรือ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.krungsriauto.com
Wednesday, August 13, 2014
PTTGC รุกตลาดอินโดนีเซีย ตั้งบริษัทร่วมทุน “อินโด ไทย เทรดดิ้ง” ขยายตลาดโพลิเมอร์ หนุนรายได้เติบโตต่อเนื่อง
(13 สค. 2556, St.
Regis-BKK) นายบวร วงศ์สินอุดม
(Bowon Vongsinudom) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวถึง ความคืบหน้าการร่วมทุนระหว่าง PTTGC
กับ PT Pertamina บริษัทน้ำมันแห่งชาติของอินโดนีเซียว่า
ขณะนี้ ได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ PT Indo Thai Trading หรือ
“ITT” โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงจาร์กาต้า
ประเทศอินโดนีเซียแล้ว โดยจะมุ่งเน้นการขยายตลาดกลุ่มโพลิเมอร์
เพื่อตอบสนองความต้องการของชาวอินโดนีเซีย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ โพลิเอทิลีน (PE)
โพลิโพรพีลีน (PP) และโมโนเอทิลีนไกลคอล ( MEG)
โดยระยะแรกจะนำสินค้าจาก PTTGC และจาก PT
Pertamina ไปจัดจำหน่าย เพื่อสร้างฐานตลาดรองรับโครงการร่วมทุนสร้างปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์
ที่มีแผนจะสร้างที่เมืองบาลองกัน (Balongan) ตอนกลางของเกาะชวา
ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษารายละเอียดโครงการโดยมีเป้าหมายแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการผลิตใน
ปี 2020
(พ.ศ. 2563)
การลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย
ระยะแรกจะมุ่งผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศอินโดนีเซียเป็นหลักก่อน
และการมีฐานผลิตในอินโดนีเซียยังเป็นโอกาสอันดีในการขยายธุรกิจสู่ตลาดประเทศอื่นๆ
ในอาเซียนด้วย ปัจจุบันอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมากถึงเกือบ 300
ล้านคนและมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่มีอัตราเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยังต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจำนวนมาก
การร่วมทุนตั้งปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ โดยมี ITT
เป็นบริษัทเทรดดิ้ง จะสามารถช่วยลดการนำเข้าของประเทศอินโดนีเซียได้ประมาณ 2,400-3,000
ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30
ของตลาด
โพลิเมอร์ในอินโดนีเซียในปี 2025
ก่อนหน้านี้ PTTGC ได้ลงนาม MOU
และลงนามร่วมทุน (Joint Venture) กับ PT
Pertamina โดยมี สัดส่วนการร่วมทุน
PTTGC 49% และ PT Pertamina 51%
เพื่อจุดประสงค์ในการขยายตลาดกลุ่มสินค้าโพลิเมอร์ ในประเทศอินโดนีเซีย
และลงทุนร่วมในโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ที่มีความครบวงจร
และมีความสามารถในการแข่งขันจากกำลังการผลิตขนาดใหญ่ โดยมีโรงงานโอเลฟินส์
กำลังการผลิต 1 ล้านตันต่อปี เป็นหน่วยผลิต
ต้นน้ำ
และโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกต่อเนื่อง ที่ใช้วัตถุดิบจากโรงงานโอเลฟินส์ ได้แก่ PE PP และ MEG
นายบวร
กล่าวถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2557 ว่า บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล
จำกัด (มหาชน) มีรายได้ 152,401 ล้านบาท กำไรสุทธิ
6,085 ล้านบาท คิดเป็น 1.35 บาท/หุ้น ปรับตัวเพิ่มขึ้น ร้อยละ 46 จากไตรมาส 2/2556 ซึ่งมีกำไรรวมสุทธิอยู่ที่ 4,172 ล้านบาท และปรับตัวลดลงร้อยละ 3 จากไตรมาส 1/2557 ที่มีผลกำไรรวมสุทธิ 6,296 ล้านบาท ทั้งนี้ในไตรมาส 2/2557 ธุรกิจการกลั่นและธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมีอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น
ขณะที่ผลิตภัณฑ์พาราไซลีนราคาลดลงเนื่องจากอุปทานส่วนเกินในตลาด
สรุปราคาผลิตภัณฑ์กลุ่มธุรกิจต่างๆ ในไตรมาส 2/2557
- กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 106.13 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาความไม่สงบในยูเครนและตะวันออกกลางทำให้เกิดความไม่แน่นอนต่ออุปทานของน้ำมันดิบ
โดย Market GRM อยู่ที่ 4.44 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล
หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 87 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2556
- กลุ่มผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์
ส่วนต่างราคาพาราไซลีนกับวัตถุดิบคอนเดนเสทลดลงมาอยู่ที่ 333
เหรียญสหรัฐฯ/ตัน ลดลงร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับไตรมาส
2/2556 และลดลงร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับไตรมาส
1/2557
ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากอุปทานส่วนเกินในตลาดของผลิตภัณฑ์พาราไซลีนที่ยังอยู่ในระดับสูง
จากกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราการขยายตัวของตลาดเพิ่มไม่ทันกำลังการผลิตใหม่
- กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย Adjusted EBITDA ใน
ไตรมาส
2/2557
ของธุรกิจกลุ่มนี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2556 ร้อยละ 5 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2557 ร้อยละ 16 เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะ HDPE ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ
9 จากไตรมาส 2/2556 และ
เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากไตรมาส 1/2557 ประกอบกับปริมาณขายได้เพิ่มขึ้นตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
ในไตรมาส 2/2557 บริษัทฯ
ยังมีผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบ และ NRV (Net Realizable Value) สุทธิรวม 1,180 ล้านบาท
ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นระหว่างไตรมาส
อีกทั้งยังรับรู้กำไรจากการบริหารความเสี่ยงผลิตภัณฑ์ (Commodity Hedging) จำนวน 411 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/2557 บริษัทฯ
ต้องตั้งสำรองค่าใช้จ่ายตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท Vencorex ในประเทศฝรั่งเศส โดยแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจดังกล่าวบริษัทฯ
จะทำการปรับปรุงหน่วยผลิต TDI (Toluene Diisocyanate) ในประเทศฝรั่งเศสให้เป็นหน่วยผลิต
HDI (Hexamethylene Diisocyanate)
ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายส่วนของ PTTGC ในสัดส่วนร้อยละ 51 ประมาณ 1,142 ล้านบาท
สำหรับการออกหุ้นกู้เงินบาทชนิดระบุชื่อผู้ถือ
ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.5 ต่อปี มูลค่ารวม 10,000
ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 นั้น ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก ทั้งนี้
การออกหุ้นกู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับโครงการลงทุน
เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน และชำระคืนหุ้นกู้และหนี้เดิม
พีทีที โกลบอล เคมิคอล
ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ โดยมีธุรกิจหลัก 7 กลุ่ม ปัจจุบันมีกำลังการผลิตเคมีภัณฑ์และปิโตรเคมีรวม 8.75 ล้านตันต่อปี และมีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบและคอนเดนเสทรวม 280,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้บริษัทฯ
ให้ความสำคัญต่อการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialties
Chemical) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green)
…………………………………………………………………………………………………..
Wednesday, July 9, 2014
มอบรางวัลเกียรติยศ Money & Banking Awards 2014
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในงานมอบรางวัลเกี ยรติยศ Money & Banking Awards 2014 โดยมี สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้ าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต รับรางวัลนักการเงินแห่งปี 2556 (Financier of the Year 2013) ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ รับรางวัลธนาคารแห่งปี 2557 (Bank of the Year 2014) ปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย รับรางวัลธนาคารเพื่อลูกค้ ารายย่อยแห่งปี 2557 (Best Retail Bank of the Year 2014) สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าบริหาร บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2557 (Best Public Companies of the Year 2014) และสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานและบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ประธานจัดงาน ร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ
นอกจากนี้ยังมีรางวัลบริษัทแห่ งปี 2557 ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม รางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2557 และรางวัลบูธสวยงาม งานมหกรรมการเงิน ครั้งที่ 14 Money Expo 2014 ทั้งนี้รางวัลเกียรติยศ “Money& Banking Awards 2014” เป็นรางวัลเกียรติยศที่ วารสารการเงินธนาคารมอบให้แก่ นักการเงิน ธนาคาร สถาบันการเงิน และบริษัทจดทะเบียนรวม รวมทั้งสิ้น 41 รางวัล
Tuesday, June 11, 2013
บลจ. วรรณ เผยผลการดำเนินงาน 4 เดือนแรกของปี 2556 มูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการเพิ่มขึ้น 5.38% พร้อมส่งกองทุนเปิด ONE-PREMIER เปิด IPO ระหว่าง 13-26 มิ.ย. นี้
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ เปิดเผยผลการดำเนินงานบริษัท ณ เดือนเมษายน 2556 ว่า บลจ.วรรณ มีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การจัดการรวม จำนวน 79,398.04 ล้านบาท จากทั้ง 4 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยเพิ่มขึ้นจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ สิ้นปี 2555 ที่ระดับ 75,345.42 ล้านบาท จำนวน 4,052.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.38
ทั้งนี้ ธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตอย่างน่าพอใจ โดยมีเติบโตจากสิ้นปี 2555 ในอัตรา 9.06%, 136.33% และ 13.62% ตามลำดับ จากการบริหารสินทรัพย์ของสถาบันภาครัฐ ผู้ลงทุนสถาบัน และกลุ่มผู้ลงทุนรายย่อยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลักษณะการบริหารเงินในตราสารทุนเชิงรุกทั้งในส่วนของกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล เนื่องจากมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
สำหรับมุมมองภาวะเศรษฐกิจและการลงทุน นายวิน ยังได้กล่าวถึงแนวโน้มของการลงทุนในช่วงระยะนี้ว่า การลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ในช่วงเวลานี้ คงเต็มไปด้วยความผันผวนทั้งการลงทุนในหุ้นและ/หรือสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างเช่นทองคำ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใดๆ ที่ชัดเจนที่จะผลักดันให้ราคาสินทรัพย์ต่างๆ ปรับสูงขึ้นได้อย่างเด่นชัด เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อพัฒนาการเศรษฐกิจของประเทศหลักๆ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ยูโรโซนและจีน รวมทั้งยังคงจับตามองต่อคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต่อแนวทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 10 ก.ค. 56 และมาตรการการดูแลค่าเงินบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อทิศทางการลงทุนในช่วงนี้
ในด้านแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย นายวิน ให้ความเห็นว่า “มีความเป็นไปได้ที่ทาง กนง. จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% มาสู่ระดับ 2.25% ในวันที่ 10 ก.ค. 56 หลังจากที่ปรับลงไป 0.25% ในครั้งก่อนหน้าแล้ว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้ขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ หลังจากที่เศรษฐกิจใน 4 เดือนแรกมีทิศทางที่ชะลอลงจากการใช้จ่ายภายในประเทศที่เริ่มผ่อนแรงลงหลังสิ้นสุดมาตรการการสนับสนุนของภาครัฐ รวมทั้งการส่งออก ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก”
สำหรับแผนธุรกิจในไตรมาส 2 และ ไตรมาส 3 บริษัทยังคงเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์การลงทุนของผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาวะการลงทุนที่หลายๆ ปัจจัยยังไม่มีความชัดเจน การใช้กลยุทธ์การบริหารพอร์ตการลงทุนในลักษณะของ Absolute Return น่าจะเป็นผลดีมากกว่าการลงทุนแบบเทียบกับการปรับตัวของตลาด ดังนั้น บริษัทจึงเสนอขายกองทุนเปิด วรรณ อินคัม พรีเมียร์ ฟันด์ (ONE-PREMIER) ในระหว่างวันที่ 13-26 มิถุนายน 2556 ซึ่งใช้กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าว เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนพอร์ตการลงทุนมากกว่าการปรับขึ้นลงตามสภาวะตลาดหุ้น โดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ (Asset Allocation) ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Multi Asset Classed) ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ ทองคำและน้ำมัน เป็นต้น และปรับสัดส่วนในแต่ละช่วงเวลาให้สอดคล้องไปกับแต่ละสถานการณ์การลงทุน
“การจัดสรรพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) มีข้อดี คือ สามารถสร้างผลตอบแทนพร้อมๆ กับการลดความเสี่ยงในระยะยาวได้ดี โดยจากสถิติการจัดสัดส่วนสินทรัพย์ระหว่าง Money Marketและตราสารทุน (SET Total Return Index) โดยใช้ข้อมูลตั้งแต่ปี 2547 ถึง สิ้นไตรมาส 1 ปี 2556 เราพบว่า หากเราตั้งสมมติฐานว่า ต้องการอัตราผลตอบแทน 2% ต่อไตรมาสโดยจัดสัดส่วนของหุ้นและตราสารหนี้ที่ได้อย่างเหมาะสม พบว่า โอกาสที่พอร์ตการลงทุนจะไม่ขาดทุนมีถึง 97% ขณะที่โอกาส 62% ที่จะได้รับผลตอบแทนมากกว่า 1.5% และผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อไตรมาสอยู่ที่ระดับประมาณ 2.15% ซึ่งสะท้อนว่า กลยุทธ์ดังกล่าวสามารถตอบโจทย์การลงทุนในลักษณะนี้ได้ดี” นายวิน กล่าว
ทั้งนี้ กองทุน ONE-PREMIER เปิดเสนอขายครั้งแรก ในระหว่างวันที่ 13-26 มิถุนายน 2556 เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ไม่มีเวลาติดตามหรือไม่เชี่ยวชาญในการปรับพอร์ตการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ นอกจากนี้ กองทุนยังมีนโยบายรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ เพื่อให้นักลงทุนสามารถได้รับกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ผู้ลงทุนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.วรรณ โทร. 02-659-8888
Tuesday, May 21, 2013
'กรุงศรี ควิก เพย์' ประกาศรุกตลาดต่อเนื่องมุ่งขยายสู่ธุรกิจหลากหลาย ทั้งประกันภัย, รถยนต์, ภัตตาคาร, ร้านค้า และขายตรง · เน้นสะดวก รวดเร็ว ใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) วันนี้ประกาศเดินหน้ารุกขยายร้ านค้าที่รับชำระเงินด้วย 'กรุงศรี ควิก เพย์' เทคโนโลยีชำระเงินรูปแบบใหม่ ที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตให้เป็นจุดรั บชำระเงิน (Mobile Point of Sale -- mPOS) ที่ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมเข้าสู่ร้านค้าที่ หลากหลายทั้งธุรกิจประกันชีวิต รถยนต์ ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านค้าทั่วไป และบนรถแท็กซี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลู กค้าทุกกลุ่ม และตอบรับกับแนวคิด ‘เรื่องเงิน เรื่องง่าย’
นายฟิลิป แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี ควิก เพย์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ ธนาคารที่มุ่งเป็นผู้ นำในการเสนอเทคโนโลยีทางการเงิ นที่มอบความสะดวก ความคล่องตัว พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ในการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็ กทรอนิกส์ (e-channel) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย กรุงศรี ควิก เพย์ จะเป็นการเชื่อมต่อการรั บชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิ กส์ของธนาคาร ซึ่งจะช่วยให้พนักงานขายมี ความสะดวก รวดเร็วในการรับชำระค่าสินค้าผ่ านบัตรเครดิตได้ทุกที่ ทุกเวลา”
“ในปี 2555 เราได้เปิดตัวเทคโนโลยีชำระเงิ นครั้งแรกกับ AIA ที่ช่วยเพิ่มขี ดความสามารถในการอำนวยความสะดวก รวมถึงความมั่นใจในความปลอดภั ยให้กับตัวแทนประกันชีวิตและลู กค้าผู้ถือกรมธรรม์ในการชำระเงิ น ทำให้ธนาคารได้รับรางวัล BPA (Banking & Payment Asia) Trailblazer Awards 2013 ประเภท Product Excellence in Payment Innovation จากประเทศสิงคโปร์ และจากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้เรามีความพร้อมเพื่ อขยายไปสู่ร้านค้าที่ หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทั้งในประเภท ธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจประเภทรถยนต์ ธุรกิจขายตรง ธุรกิจขนส่ง รวมถึงจะมีการทดลองให้บริ การบนรถแท็กซี่ที่สนใจเข้าร่ วมโครงการ ทั่วกรุงเทพฯ บริการล่าสุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่ งตัวเลือกของช่องทางการชำระเงิ นที่ง่าย รวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้ องการของตลาดที่เติบโตขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเข้าถึงลูกค้ ากลุ่มใหม่ๆ อีกด้วย” นายฟิลิป กล่าว
‘กรุงศรี ควิก เพย์’ เป็นเทคโนโลยีรับชำระเงินที่ จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ ตให้เป็นจุดรับบัตรเพียงเสี ยบเครื่องอ่านข้อมูลบัตร (card reader) เข้ากับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ใส่จำนวนเงิน, PIN พนักงานขาย, เซ็นบนหน้าจอ ผ่าน แอพพลิเคชั่น ‘กรุงศรี ควิก เพย์’ บนสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถรับชำระเงินด้วยบั ตรเครดิตในเครือกรุงศรีได้ทุกที ่ทุกเวลา ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยวีซ่า ผู้ให้บริการด้านเครือข่ ายชำระเงินระดับโลก และ สวิฟฟ์ เทคโนโลยีเพื่อการชำระเงินผ่ านระบบโทรศัพท์มือถือที่มุ่งสนั บสนุนร้านค้าให้สามารถรั บชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านอุ ปกรณ์เคลื่อนที่พร้อมความปลอดภั ยขั้นสูง
ปัจจุบัน ‘กรุงศรี ควิก เพย์’ รองรับระบบปฏิบัติการ iOS ของ ไอโฟน, ไอแพด และภายในไตรมาส 2 ของปี 2556 จะสามารถให้บริการในระบบปฏิบัติ การ Android เพื่อครอบคลุมทุกความต้ องการของลูกค้า
สำหรับร้านค้าที่สนใจจะใช้บริ การ ‘กรุงศรี ควิก เพย์’ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่
Krungsri Call Center 1572 หรือ www.krungsri.com, www.facebook.com/ KrungsriSimple
เกี่ยวกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ “กรุงศรีกรุ๊ป” เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 5 ของไทย และดำเนินธุรกิจมานานกว่า 68 ปี ธนาคารกรุงศรีอยุธยาให้บริ การทางการเงินการธนาคารอย่ างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริ โภค การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริ การทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารรวม 605 สาขา และช่องทางการขายกว่า 17,000 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ ธนาคารยังเป็นผู้ออกบัตรเครดิ ตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชี (ธุรกิจบัตรเครดิตและธุรกิจสิ นเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่ อส่วนบุคคล) มากกว่า 5.9 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่ อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจั ดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสู งที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสิ นเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อยผ่ านบริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส จำกัด หรือ
ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ อีกด้วย
นายฟิลิป แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรี ควิก เพย์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์
“ในปี 2555 เราได้เปิดตัวเทคโนโลยีชำระเงิ
‘กรุงศรี ควิก เพย์’ เป็นเทคโนโลยีรับชำระเงินที่
ปัจจุบัน ‘กรุงศรี ควิก เพย์’ รองรับระบบปฏิบัติการ iOS ของ ไอโฟน, ไอแพด และภายในไตรมาส 2 ของปี 2556 จะสามารถให้บริการในระบบปฏิบัติ
สำหรับร้านค้าที่สนใจจะใช้บริ
Krungsri Call Center 1572 หรือ www.krungsri.com, www.facebook.com/
เกี่ยวกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ “กรุงศรีกรุ๊ป” เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่
ศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ อีกด้วย
Subscribe to:
Posts (Atom)
About us
contact us
3272/119 citytower E2 Ladpraw 130rd bangkabi bangkok 10240 tel 027365705-9 ext 517 , 027365177
REPORTER TEAM MEMBER
somsak sooksripanich
chief editor /webmaster
somsak@thainews.co.cc tel 0865574693
somkiat sooksripanich
reporter
somkiat@thainews.co.cc tel 023757651
anukoon wisitsora-at
reporter
anukoon@thainews.co.cc tel 0865704961
REPORTER TEAM MEMBER
somsak sooksripanich
chief editor /webmaster
somsak@thainews.co.cc tel 0865574693
somkiat sooksripanich
reporter
somkiat@thainews.co.cc tel 023757651
anukoon wisitsora-at
reporter
anukoon@thainews.co.cc tel 0865704961



