
บิ๊ก AIM ตอกย้ำความมั่นใจนักลงทุน ยันเข้าเทรดวันแรก 19 ก.พ.นี้หุ้นยืนเหนือจองหายห่วง เหตุราคา IPO ที่กำหนดไว้ที่ 1.10 บาท จูงใจนักลงทุน อีกทั้งการดำเนินธุรกิจกำลังเป็นดาวรุ่งเติบโตอย่างโดดเด่น สวนกระแสเศรษฐกิจซบเซาได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นธุรกิจที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงในขณะที่ต้นทุนต่ำถูกใจลูกค้าผู้ประกอบการที่กำลังรัดเข็มขัดเอวกิ่ว โดย 9 เดือนแรกปี 2551 กำไรสุทธิมีอัตราการขยายตัวถึง 255% ขณะที่ D/E ต่ำมากเพียง 0.08 เท่า ผู้บริหารระบุที่ผ่านมานักลงทุนจองหุ้นล้นถือเป็นการส่งสัญญาณดี คาดมีลุ้นตามเข้ามาเก็บในกระดานต่อ
นายปริน ชนันทรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอปโซลูท อิมแพค จำกัด (มหาชน) (AIM) เปิดเผยว่ามีความมั่นใจว่าหุ้น AIM ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (mai) เป็นครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 จะสามารถยืนเหนือราคาจองที่ 1.10 บาทได้ เนื่องจากระดับราคา IPO ที่กำหนดไว้ดังกล่าวค่อนข้างจูงใจนักลงทุน และผลประกอบการของบริษัทที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูง (High Growth) เพราะเป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ โอกาสของการขยายธุรกิจของบริษัทยังมีอีกมาก ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสร้างอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 30-40% และเชื่อว่าทิศทางการเติบโตในปี 2552 ก็คงจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นอกจากนี้คาดว่าหุ้น AIM จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนด้วย เนื่องจากช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่เปิดให้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ AIM ปรากฎว่าได้รับความสนใจอย่างมากและหุ้นถูกจองซื้อหมดทั้ง 80 ล้านหุ้น ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่แข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน ทั้งธุรกิจที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นทุกปีและภาระหนี้สินอยู่ในระดับต่ำมาก โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E)ในปี 2550 และงวด 9 เดือนปี 2551 เท่ากับ 0.43 เท่า และ 0.08 เท่าตามลำดับ
"ไม่ห่วงเรื่องราคาหุ้น เพราะราคาที่กำหนดไว้ได้ให้ Discount กับนักลงทุนและเป็นระดับราคาที่จูงใจนักลงทุนมากเมื่อเทียบกับโอกาสการเติบโตของผลประกอบการในอนาคต จึงคาดว่าจะมีนักลงทุนที่พลาดหวังจากการจองซื้อ IPO ตามมาซื้อหุ้นในกระดานด้วย"
นายปริน กล่าวต่อว่าปัจจุบันธุรกิจหลักของบริษัท คือ ธุรกิจสื่อที่อยู่ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า (In-store Media) ซึ่งเป็นสื่อที่มีราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับราคาสื่อโฆษณาต่างๆ ทั่วไปและในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่มุ่งลดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะด้านค่าโฆษณาที่มีราคาแพงลง ทำให้สื่อของ AIM ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมาก ทำให้การชะลอตัวของเศรษฐกิจกลายเป็นผลบวกต่อบริษัทแทนที่จะเป็นผลเสีย เพราะทำให้สื่อในมือขายดีขึ้น
สำหรับผลประกอบการของ AIM ที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอย่างโดดเด่นต่อเนื่องตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินกิจการ และในงวด 9 เดือน ปี 2551 มีรายได้รวมเท่ากับ 150.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2550 ซึ่งมีรายได้รวม 84.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 77.72 และมีกำไรสุทธิจำนวน 31.62 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิจำนวน 8.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 255.68 โดยสาเหตุหลักของการเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากการขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจโดยให้บริการขายสื่อโฆษณา 2 มิติและการขายสื่อโฆษณารูปแบบใหม่ (Innovative Media) ที่ไม่ใช่ระบบดิจิตอล ซึ่งได้แก่ สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (Shelf Media) และสื่อโฆษณาภายในอาคาร (Mall Wrap) และรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตขึ้นในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะทำให้หุ้นของ AIM ได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี
นายชูพงศ์ ธนเศรษฐกร กรรมการผู้จัดการ ด้านวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ แอ๊ดคินซัน จำกัด (มหาชน) (ASL) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ AIM กล่าวว่านอกเหนือจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งแล้ว พิจารณาจากผลของการจองหุ้นในช่วงระยะเวลาการเปิดจอง พบว่ามีผู้จองซื้อครบจำนวนก่อนระยะเวลาปิดการจอง ซึ่งนักลงทุนที่พลาดการจองซื้อคงต้องตามมาลงทุนในตลาดรอง นอกจากนี้ AIM ยังเป็นหุ้น IPO ตัวแรกของปี 2552 หลังจากที่ไม่มีหุ้นน้องใหม่เข้ามาซื้อขายนานถึง 6 เดือน ดังนั้นเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดีและคาดว่าเมื่อเข้าทำการซื้อขายจะไม่ทำให้ผิดหวัง พร้อมทั้งสามารถสร้างความคึกคักให้กับตลาดของหุ้นไอพีโอได้อย่างมาก
ข้อมูล บริษัท แอปโซลูท อิมแพค จำกัด (มหาชน)
บริษัท แอปโซลูท อิมแพค จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจให้บริการและผลิตสื่อโฆษณาภายในอาคา (In-store Media) โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ให้บริการสื่อโฆษณารายแรกในประเทศไทยที่ให้บริการสื่อผ่านทางจอภาพ 3 มิติ ซึ่งมีการติดตั้งครั้งแรก ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน หลังจากนั้น ได้ขยายธุรกิจบริการสื่อออกไปหลากหลายรูปแบบ ซึ่งได้แก่ การให้บริการสื่อโฆษณาภายในอาคารด้วยระบบดิจิตอลผ่านทางจอภาพ 2 มิติ และจอภาพ 3 มิติ โดยมีจำนวนจุดติดตั้งจอภาพเพื่อเผยแพร่สื่อโฆษณาทั้งหมดประมาณ 890 จอภาพ และธุรกิจให้บริการสื่อโฆษณาภายในอาคารที่ไม่ใช่ระบบดิจิตอล (Non-Digital Media) เช่นป้ายโฆษณาแบบฉลาก (Shelf Label) ป้ายโฆษณาแบบอุโมงค์ (Tunnel Media) และ สติ๊กเกอร์บริเวณส่วนต่างๆ ของอาคาร (Wrap) เป็นต้น ซึ่งบริษัทได้ให้บริการสื่อโฆษณาในลักษณะต่างๆ ดังกล่าว ผ่านศูนย์การค้า และซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ในกรุงเทพฯ
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายเครือข่ายของสื่อโฆษณาผ่านโครงการ uNetwork ซึ่งเป็นเครือข่ายสื่อภายในมหาวิทยาลัยโดยได้เริ่มต้นทำสัญญากับมหาวิทยาลัยชั้นนำในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นผู้ให้บริการ ข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยผ่านโครงข่ายจอภาพของบริษัท และยังได้ขยายขอบเขตของการให้บริการสื่อโฆษณาในศูนย์ การค้าของกลุ่มเซ็นทรัล ผ่านการลงทุนร่วมในบริษัทเซ็นทรัลดิจิตัลมีเดียจำกัด ทำให้บริษัทมีเครือข่ายสื่อภายในอาคารครอบคลุมพื้นที่ภายในห้างมากที่สุดในประเทศ
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : พันธนันท์ เมฆขาว (เอ๊าะ) โทร. 02-554-9396 , 081-741-5400

No comments:
Post a Comment